ไปส่งนู๋ใหญ่สมัครสอบภาค ข ที่นครปฐม โดยมีนายวัฒน์ขับรถตลอดทางทั้งไป-กลับ อิอิ ส่วนผมก็หลับสบาย พอสมัครเสร็จก็เที่ยวเจดีย์นครปฐม กำลังยืนถ่ายรูปก็มีคณะสิงโตเข้ามาถ่ายด้วย แจ่มเลย จากนั้นก็ไปแวะตลาดสามชุกที่จังหวัดสุพรรณ เดินๆ ดู แล้วก็ซื้อขนมเปี๊ยะ 2 กล่อง (อากาศร้อนมากๆ) แล้วก็แวะ BigC นครสวรรค์ กิน KFC เห่อๆ พุงกางเลย 
|
"ประเมินผ่าน"ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะผ่านประเมินไหม ถามว่าเหนื่อยไหม... ไม่เหนื่อยครับ แต่จะอ่อนล้ามากกว่า จบต้นชนปลายไม่ถูก เหตุผลหนึ่งเราคิดว่า อีกนานที่ สมศ. จะมาประเมิน ก็เลยไม่ได้เตรียมตัวดีเท่าที่ควร อีกทั้งบุคลากรในโรงเรียนต่างที่มา ต่างประสบการณ์ และคิดว่ายังไม่มีใครจะนำทางที่ถูกต้องให้กับพวกเรา ทุกๆ วันนี้ พวกเราไม่ได้เป็นแค่ครูที่สอนหนังสือเพียงอย่างเดียว เรายังสอนทุกๆ อย่างที่เด็กควรจะเป็น ทั้งระเบียบ วินัย มารยาท ซึ่งก็เข้าใจว่าเด็กๆ ไม่ใช่คนไทย 100% แต่พวกเราทุกๆ คนก็ได้ให้กำลังใจเด็ก ไม่ได้มองว่าเด็กๆ เหล่านี้เป็นตัวตลก ในเวลาที่เค้าพูดไม่ชัด แต่เด็กๆ เค้าจะคิดเอง เคยถามนักเรียนหลายๆ คน ทั้งเรื่องการพูดภาษาไทย ว่า "นักเรียนทำไมไม่คุยกับเพื่อนๆ ด้วยการใช้ภาษาไทย" นักเรียนก็ตอบว่า คุยกับเพื่อนด้วยภาษาไทยไม่สนุก (ก็คงจะเหมือนกับพวกเราที่ต้องคุยภาษาถิ่น) และอีกหนึ่งคำตอบก็คือ เวลาพวกผม/หนู พูดผิด ครูก็จะหัวเราะ (ความเป็นจริงครูก็แอบขำอยู่บ้าง) และก็ให้ข้อคิดนักเรียนว่า "ตอนนี้นักเรียนพูดไม่ชัด ก็มีแค่ครูเท่านั้นที่หัวเราะ แต่ถ้านักเรียนโตขึ้น ได้ไปทำงานกับคนอื่นๆ จำนวนที่เค้าจะต้องหัวเราะนักเรียนก็ต้องเพิ่มมากขึ้น" เพราะฉนั้นนักเรียนอายครูตอนนี้ ปรับเปลี่ยนการพูดตอนนี้ นักเรียนก็จะอายแค่ครู ต่อไปนักเรียนก็จะได้ไม่ต้องอายใคร
ต้องขอขอบพระคุณคณะผู้ประเมินทั้ง 3 ท่าน ที่ได้ให้ข้อคิด ข้อเสนอแนะ รวมทั้งเป็นกระจกเงาให้กับพวกเราหลายๆ ที่จะสะท้อนมองดูตัวเอง หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างก็ยังขาดตกบกพร่องอีกเยอะ ซึ่งผมก็เข้าใจและผมก็เคยอยู่สถานศึกษาที่มีการประเมินเหมือนกัน หลายๆ อย่างที่ยังขาดอยู่ เช่น การต้อนรับ การกระตือรือร้นในการหาเอกสารมาให้ (แต่ในที่นี้ คณะผู้ประเมินเป็นผู้เรียกหาแทน) การอยู่ใกล้ชิดคอยตอบคำถามต่างๆ เพื่อที่คณะผู้ประเมินจะได้รายงานและให้คะแนน อีกทั้งการดูแลเอาใจใส่ของหน่วยงานต้นสังกัด แทบจะไม่มีหรือไม่มีเลย ในการให้กำลังใจผู้ร่วมงาน (บางครั้งบางทีก็คิดว่าเราอาจจะไม่ใช่ผู้ร่วมงานของเค้า เป็นเพียงแค่เนื้องอกที่เค้าไม่ต้องการ ก็เป็นได้) ผมเกรงใจคณะผู้ประเมินและรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ได้ยินในวันแรกแล้วว่าผู้บริหารชั้นสูงไม่มา ติดธุระต่างๆ นานา แต่จนแล้วจนเล่า ถึงวันสุดท้าย คณะผู้ประเมินก็ยังพูดถึงเรื่องนี้อีก ผมหดหู่ใจยิ่งนัก จะว่าไปแล้วผมมองผู้บริหารเป็นผู้ที่ไม่สมควรจะเรียกตัวเองว่า "ผู้บริหารเลย" ซึ่งยังขาดความเป็นมนุษย์ที่ดี มองการศึกษาไม่ขาด วิสัยทัศน์น้อย (มองได้มีหน่วยเป็นเพียงแค่มิลเมตร ไม่ได้ซึ่งมันยังไม่ถึงเซนติเมตรเลย) ขาดมนุษยสัมพันธ์ การตอนรับขับสู้ บางครั้งบางที สิ่งเหล่านี้ไม่มีในระเบียบ ไม่มีในจรรยาบรรณ แต่ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ "มนุษย์" ควรจะมี (หรืออาจจะใช้คำว่าต้องมี)
อึดอัดกับหน่วยงานต้นสังกัด ที่มองว่าโรงเรียนไม่มีการพัฒนา ทั้งๆ ที่เค้ามองแค่สภาพแวดล้อมภายนอก "อยากกินผักบุ้งแต่ไม่หยอดเมล็ด ก็ไม่ได้กิน พอหญ้าขึ้นมาแทน ก็จะโทษคนดูแลว่าดูแลยังไงปล่อยให้หญ้าขึ้น" เหนื่อยใจ...แต่พวกเราก็ยังทนอยู่ เพื่อเด็กตาดำๆ ผู้ที่น่าสงสาร บางครั้งบางทีการสอนเด็กไม่ใช่จะวัดการที่คะแนนสอบ เพียงแค่จบไปแล้ว ไม่เก่งแต่เป็นคนดีของพ่อแม่ ของสังคม แค่นี้ครูก็สุขใจ
ไม่ได้หวังว่าจะ "ผ่าน" การ "ผ่าน" อาจจะเป็นเพียงแค่กระจกใส ที่เรามองแล้วทะลุไป
หาก "ไม่ผ่าน" ก็จะเป็นกระจกเงา ที่เรามองยังไง ท่าไหน นั่งมอง ยืนมอง นอนมอง มันก็สะท้อนกลับมาให้เห็นรูปร่างของเรา
"หากการคิดพัฒนาต้องเสียเงิน ป่านนี้พวกผมก็คงจะไม่เหลือกางเกงในให้ใส่"
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ครูกอล์ฟ ศราวุฒิ |
เบื่อ...เซ็ง
ทุกๆ คนที่ทำให้เราเป็นอย่างนี้
|
ผ่านไปซะที กีฬากลุ่มวันที่ 2 เหนื่อยจังเลย เพลียมากๆ นักกีฬาได้รับเหรียญเงินและทองแดง เยอะอยู่เหมือนกัน (แต่ไม่ได้เหรียญทองเลย อิอิ) แล้วก็ได้ถ้วยรางวัลมา 3 ถ้วย สุดยอดแล้ว สำหรับโรงเรียนเล็กๆ อย่างเรา โอยๆ..เพื่อนก็โทรมาตามให้ไปดื่ม ไม่ไหวจริงๆ ง่วงมากๆ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะปีใหม่แล้วนี่นา ขอให้มีความสุขกันทุกๆ คนน่ะครับ  |
| วันนี้พานักเรียนไปแข่งกีฬากลุ่มที่โรงเรียนบ้านเจดีโคะ ได้เข้าชิง 2 รายการ ฟุตซอลกับตระกร้อ พรุ่งนี้ก็ต้องไปแข่งชิงชนะเลิศอีก วันนี้ผมก็ว๊ากใส่นักเรียน นักเรียนคงจะกลัวบวกกับน้อยใจด้วยมั้ง ร้องไห้เลย เห็นแล้วก็สงสารและก็รู้สึกผิด แต่ผมก็อยากให้นักเรียนชนะ ผมก็เคยบอกเคยฝึกให้อยู่น่ะ "ครูขอโทษน่ะ ครูไม่ได้ตั้งใจทำให้นักเรียนร้องไห้" |
เย็นวันนี้หลังโรงเรียนเลิก ก็รีบบิดรถไปคลินิค เข้าไปนั่งรอหมอในห้อง จากนั้นก็ถามว่ามีอาการเป็นอย่างไร ผมก็ตอบไปว่ามีแมลงบินเข้าตา แล้วก็ให้เราเอาคางวางไว้ตรงเครื่องตรวจ เปิดไฟส่องตาแล้วหมอก็หยิบไม้เขี่ยตา (คล้ายไม้พันสำลี) เขี่ยเปิดเปลือกตาไป-มา แล้วก็บอกว่า "เยื่อตาช้ำ" แล้วก็ออกไปรับยาข้างนอก ได้ยามาหยอด 1 หลอด แล้วก็ยากิน 1 ชุด (ชนิดเดียว) ทั้งหมด 300 บาท เห่ๆ  |
|
|
|
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
|
หน้า 3 จาก 8 |